รายการ พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ (นัดสุดท้าย)
เวลา 21.00 น. วันอาทิตย์ที่ 15 พฤษภาคม 2548
ผู้ชมในสนาม 32,066 คน
ผู้ตัดสิน สตีฟ เบนเนตต์
เซาแธมป์ตัน ตกชั้นเป็นครั้งแรกในรอบ 27 ปี หลังจากพ่ายแพ้ต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไป 2-1 ที่ เซนต์ แมรี่ส์ เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ผลการแข่งขันในเกมหนีตกชั้นอื่นๆ ไม่เป็นผลดีต่อทีมของ แฮร์รี่ เรดแนปป์ แม้ว่าทีมนักบุญจะทำประตูขึ้นนำไปก่อนในเกมนี้ที่เล่นกันอย่างดุเดือด
จอห์น โอเชีย ทำเข้าประตูตัวเองให้เจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อนหลังจากผ่านไป 10 นาที แต่หลังจากนั้นไม่นานแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ตามตีเสมอได้สำเร็จ โดยโอเชีย แก้ตัวจากความผิดพลาดก่อนหน้านี้ด้วยการโยนบอลไปให้ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ ยิงตีเสมอ แล้ว รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็ทำประตูชัยในนาทีที่ 62
มันน่าพอใจทีเดียวที่ได้ลงเล่นฟุตบอลอีกครั้งหลังจากเหตุการณ์เมื่อ 3 วันที่แล้ว การเทคโอเวอร์สโมสรน่าจะทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายครั้งใหญ่ แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งมันก็เกิดเพียงความรู้สึกที่ว่าทุกอย่างถูกครอบคลุมไปด้วยข่าวลือต่างๆ นานาของการเคลื่อนไหวนี้ที่รอมานาน
ไม่น่าแปลกใจที่ระหว่างการเดินทางไป เซาแธมป์ตัน มีแต่การพูดถึงการดำเนินการอย่างกะทันหันของ มัลคอล์ม เกลเซอร์ และอนาคตที่จะเกิดขึ้น ไม่มีการพูดถึงเกมนี้ที่พบกับ เซาแธมป์ตัน หรือแม้กระทั่งนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ ที่จะพบกับ อาร์เซนอล ในสัปดาห์หน้าเลยก็ว่าได้
มีความผ่อนคลายในกลุ่มแฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ตามมาเชียร์ในเซนต์ แมรี่ส์ ซึ่งเต็มทุกที่นั่ง เมื่อเกมเริ่มต้นขึ้นในช่วงบ่ายที่สดใส อบอุ่น ตามเวลาของอังกฤษ
เซนต์ แมรี่ส์ มีชีวิตชีวาด้วยเสียงดังไปทั่ว เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเกมด้วยการตั้งรับทางฝั่งประตูของแฟนบอลทีมตัวเองที่มาตามเชียร์
แฟนบอลทีมนักบุญเกือบจะทั้งหมดสวมเสื้อลายสีแดงและขาวของทีม และพวกเขาดูมุ่งมั่นที่จะสนุกสนานไปกับเกม แม้ว่าทีมจะอยู่ในโซนอันตรายในวันสุดท้ายของฤดูกาลก็ตาม
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างจากเกมเมื่อคืนวันอังคารที่พ่ายแพ้ต่อ เชลซี ที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด แม้ว่าคู่เซ็นเตอร์จะเป็นตัวจริงอย่าง ริโอ เฟอร์ดินานด์ และ มิเกล ซิลแวสตร์ คู่กองหน้าเป็น รุด ฟาน นิสเตลรอย และ เวย์น รูนี่ย์
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในชุดทีมเยือน เสื้อสีดำและถุงเท้าสีขาว เริ่มต้นได้ดี และได้บุกเกือบจะในทันที โดย รูนี่ย์ ได้ยิงในช่วงต้นเกม
กองเชียร์ทีมนักบุญส่งเสียงทุกครั้งที่นักเตะของทีมสัมผัสบอล ทุกครั้งที่ทีมพาบอลผ่านครึ่งสนาม และเสียงเชียร์จะดังขึ้นอีกเมื่อพวกเขาเข้าไปใกล้เขตโทษของทีมปีศาจแดง
ดังนั้น ไม่จำเป็นต้องอธิบายว่าเสียงดังขนาดไหนเมื่อ เซาแธมป์ตัน ได้ประตูออกนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 10 จากลูกเตะมุมทางขวา ซึ่งตกห่างจากเส้นประตูของ รอย คาร์โรลล์ ไม่กี่หลา มันไม่แน่ชัดว่าใครสัมผัสบอลเป็นคนสุดท้าย แต่ถ้าไม่ใช่ ไนเจล ควอชี่ ก็เป็นจอห์น โอเชีย
ทีมนักบุญไม่ได้สนใจว่าใครเป็นผู้ทำประตู พวกเขายุ่งอยู่กับการฉลองที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนในการตอสู้ดิ้นรนหนีการตกชั้น
และพวกเขาเกือบจะนำห่างในอีกไม่ถึง 6 นาทีต่อมา เมื่อ เบรตต์ ออร์เมร็อด เกือบจะยิงเข้าไปจากการโยนบอลทางปีกขวาของ เดวิด พรุตตัน
อันติ นีมี่ ผู้รักษาประตูเซฟลูกยิงของ รุด ฟาน นิสเตลรอย ได้เยี่ยม หลังจาก ไรอัน กิ๊กส์ และ รูนี่ย์ เจาะแผงหลังของเจ้าบ้านเข้าไปได้
20 นาทีผ่านไป และทั้งสนาม เซนต์ แมรี่ส์ ก็ต้องตกตะลึง เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตามตีเสมอได้สำเร็จ มันเป็นประตูธรรมดาๆ โดยโอเชีย โยนบอลจากทางซ้าย และ เฟล็ตเชอร์ ซึ่งลอยตัวได้สูงกว่ากองหลังของทีมนักบุญ โหม่งเข้าเสาไกลไป
ผลการแข่งขันจากเกมหนีตกชึ้นอื่นๆ ถูกส่งเข้ามาเรื่อยๆ ทำให้มีเสียงเชียร์ต่างๆ นานาในแต่ละส่วนของสนามเกิดขึ้นเป็นช่วงๆ
เซาแธมป์ตัน ยังคงมองโลกในแง่ดี ก็พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว ในขณะที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เดินหน้าบุกกดดันให้เจ้าบ้านต้องตั้งรับอย่างเดียว
เริ่มต้นครึ่งหลังโดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ยิงหลายครั้ง อลัน สมิธ เกือบจะทำให้กองหลัง เซาแธมป์ตัน พบกับปัญหา แต่การโยนบอลจากฝั่งขวาของเขาสั้นไป และหลังจากนั้นไม่กี่นาที รูนี่ย์ ขโมยบอลจากเจมี่ เรดแนปป์ มาได้ แต่ไม่ผ่านกองหลังของเจ้าบ้าน
โอลิวิเย่ร์ แบร์กนาร์ อดีตนักเตะนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พยายามลุยผ่านกลุ่มนักเตะปีศาจแดง แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็เจอทางตัน
แฟนบอล เซาแธมป์ตัน ยืนขึ้นทั้งสนาม เมื่อ ออร์เมร็อด เกือบจะทำประตูได้ หลังจากเขายิงจากนอกกรอบเขตโทษ มันดูเหมือนจะเป็นประตู แต่ คาร์โรลล์ ก็ยังเซฟเอาไว้ได้อย่างงดงาม ทำให้สกอร์ยังคงอยู่ที่ 1-1
ผ่านไป 16 นาทีของครึ่งหลัง แฟนบอล เซาแธมป์ตัน ก็ต้องตะลึงงัน เมื่อ รุด ฟาน นิสเตลรอย ทำประตูที่ 2 ให้กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเกมนี้ โดยเริ่มจาก อลัน สมิธ โยนบอลเข้ามา และศูนย์หน้าดัตช์ก็โหม่งเข้าเสาไกลไปอย่างสวยงาม
หลังจากนั้นอารมณ์ใน เซนต์ แมรี่ส์ เปลี่ยนไปในทันที ผลการแข่งขันในเกมหนีตกชั้นอื่นๆ ไม่เป็นไปตามที่ เซาแธมป์ตัน ต้องการ อย่างน้อยพวกเขาต้องเอาชนะไว้ก่อน เพื่อการอยู่รอด
ในช่วง 10 นาทีสุดท้ายมีการแย่งชิงบอลกันอย่างดุเดือดในเขตโทษของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และมันจบลงที่บอลไปชนคาน
ท้ายที่สุดแล้ว เซาแธมป์ตัน ก็ทำอะไรไมได้ และต้องพ่ายแพ้ไป 2-1 ทำให้พวกเขาต้องตกชั้นไปในที่สุด (บรรยายเกมโดย DaKinG)
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เซาแธมป์ตัน
อันติ นีมี่ 1
โอลิวิเย่ร์ แบร์กนาร์ 23
แดนนี่ ฮิกกิ้นบอทธัม 19
แกรม เลอ โซซ์ 3
เคลาส์ ลุงเด็ความ 5 ( น. 31)
เดวิด พรุตตัน 20
ไนเจล ควอชี่ 40
เจมี่ เรดแนปป์ 38
พอล เทลเฟอร์ 33
อองรี กามาร่า 37
เบรตต์ ออร์เมร็อด 36
สำรอง
พอล สมิธ 13
คาล์ม ดาเวนพอร์ต 39 น. 78 โอลิวิเย่ร์ แบร์กนาร์ 23
โรรี่ ดีแลป 18 น. 71 แกรม เลอ โซซ์ 3
แมตต์ โอคลี่ย์ 8
เควิน ฟิลลิปส์ 7 น. 71 เดวิด พรุตตัน 20
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
รอย คาร์โรลล์ 13
เวส บราวน์ 6 ( น. 17)
ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5
จอห์น โอเชีย 22 ( ทำเข้าประตูตัวเอง น. 10)
มิเกล ซิลแวสตร์ 27 ( น. 28)
ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 24 ( น. 19)
ควินตัน ฟอร์จูน 25
ไรอัน กิ๊กส์ 11
เวย์น รูนี่ย์ 8
อลัน สมิธ 14
รุด ฟาน นิสเตลรอย 10 ( น. 63)
สำรอง
ริคาร์โด้ โลเปซ 35
ฟิล เนวิลล์ 3 น. 87 รุด ฟาน นิสเตลรอย 10
รอย คีน 16
เคล็บแบร์สัน 15
หลุยส์ ซาฮา 9 น. 74 เวย์น รูนี่ย์ 8
สถิติของเกม
เซาแธมป์ตัน ยิงประตู 1, ลูกยิงตรงกรอบ 2, ลูกยิงหลุดกรอบ 8, เตะมุม 5, ฟาวล์ 18, ล้ำหน้า 5, ใบเหลือง 1, การครองบอล 42%
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงประตู 2, ลูกยิงตรงกรอบ 8, ลูกยิงหลุดกรอบ 8, เตะมุม 3, ฟาวล์ 13, ล้ำหน้า 2, ใบเหลือง 2, การครองบอล 58%
คะแนนความสามารถ
เซาแธมป์ตัน อันติ นีมี่ 8, แดนนี่ ฮิกกิ้นบอทธัม 4, เคลาส์ ลุงเด็ความ 4, โอลิวิเย่ร์ แบร์กนาร์ 5, แกรม เลอ โซซ์ 6, พอล เทลเฟอร์ 4, เดวิด พรุตตัน 7, เจมี่ เรดแนปป์ 7, ไนเจล ควอชี่ 7, อองรี กามาร่า 6, เบรตต์ ออร์เมร็อด 6, คาล์ม ดาเวนพอร์ต (สำรอง) 6, โรรี่ ดีแลป (สำรอง) 6, เควิน ฟิลลิปส์ (สำรอง) 6
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รอย คาร์โรลล์ 4, จอห์น โอเชีย 7, เวส บราวน์ 7, ริโอ เฟอร์ดินานด์ 7, มิเกล ซิลแวสตร์ 6, ควินตัน ฟอร์จูน 7, ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ 7, ไรอัน กิ๊กส์ 8, อลัน สมิธ 7, เวย์น รูนี่ย์ 7, รุด ฟาน นิสเตลรอย 7, ฟิล เนวิลล์ (สำรอง) 6, หลุยส์ ซาฮา (สำรอง) 6
แมน ออฟ เดอะ แมทช์ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
Por